ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) ปิดการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2568 ได้ครบ 3,000 ล้านบาทภายใน 3 วัน (15–17 ก.ค. 2568) ยอดจองซื้อท่วมเกินกว่าที่เปิดขาย สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดต่อพื้นฐานธุรกิจกระดาษรายใหญ่ของไทย ที่มาพร้อมเครดิตเรต BBB แนวโน้ม "Positive"

เปิดหน้าตาหุ้นกู้ 2 ชุด: ดอกเบี้ยเท่าไหร่ ล็อคเงินนานแค่ไหน?

สำหรับนักลงทุนที่สนใจรายละเอียด หุ้นกู้ในรอบนี้แบ่งออกเป็น 2 ชุด โดยแต่ละชุดมีเงื่อนไขต่างกัน เหมาะกับเป้าหมายทางการเงินที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ชุดที่ 1 — อายุ 5 ปี: อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.6% ต่อปี วงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการล็อกผลตอบแทนในระยะกลาง
  • ชุดที่ 2 — อายุ 7 ปี: อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.1% ต่อปี วงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาท เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงด้านสภาพคล่องได้สูงกว่า แลกกับดอกเบี้ยที่งามกว่า

เมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่อยู่ในระดับ 1.5–2.5% ต่อปี (ณ กลางปี 2568) จะเห็นว่า หุ้นกู้ชุดนี้ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี นักลงทุนต้องไม่ลืมว่าหุ้นกู้ไม่ได้รับการคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก และมีความเสี่ยงด้านเครดิตที่ต้องพิจารณาด้วย

เครดิตเรต BBB+ แนวโน้ม Positive หมายความว่าอะไรในทางปฏิบัติ?

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ชุดนี้ไว้ที่ระดับ "BBB" พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต "Positive" (บวก) เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568

สำหรับนักลงทุนที่ไม่คุ้นเคยกับระบบเครดิตเรต สามารถแปลความได้ดังนี้

  • BBB คือระดับ "Investment Grade" หรือ ระดับที่ถือว่า "น่าลงทุนได้" ถือเป็นระดับต่ำสุดของกลุ่มลงทุนได้ (อยู่เหนือ BB ซึ่งเป็น High Yield หรือหุ้นกู้ความเสี่ยงสูง)
  • แนวโน้ม Positive หมายความว่า ทริสมองว่ามีความเป็นไปได้ที่เครดิตเรตจะถูกปรับขึ้นในอนาคต หากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทยังคงดีต่อเนื่อง

กล่าวง่าย ๆ คือ ณ วันนี้ดั๊บเบิ้ล เอ ยืนอยู่ที่ขอบล่างของ Investment Grade แต่ตลาดมองว่ากำลังไต่ขึ้น — ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับนักลงทุนที่ถือระยะยาว

ทำไมยอดจองถึง "ทะลุเป้า" — อ่านสัญญาณตลาดให้ออก

การที่หุ้นกู้ปิดได้เร็วกว่ากำหนดนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัทหนึ่ง แต่สะท้อนภาพรวมของตลาดตราสารหนี้ไทยในช่วงนี้ที่นักลงทุนยังคงมองหา "yield ที่แน่นอน" ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดหุ้น

ปัจจัยที่หนุนให้ยอดจองท่วมเป้า มีอย่างน้อย 3 ประการ ได้แก่

  • แบรนด์ที่จับต้องได้: ดั๊บเบิ้ล เอ เป็นชื่อที่ผู้บริโภคคุ้นเคย ทำให้นักลงทุนรายย่อยมั่นใจในการเลือกลงทุนได้ง่ายกว่าบริษัทที่ไม่เป็นที่รู้จัก
  • ดอกเบี้ยจูงใจ: ในสภาพแวดล้อมที่ดอกเบี้ยเงินฝากยังต่ำ ผลตอบแทน 4.6–5.1% ถือว่าน่าสนใจมากสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอ
  • ความต่อเนื่องของผู้ออกหุ้นกู้: ดั๊บเบิ้ล เอ มีประวัติการออกหุ้นกู้และชำระคืนตามกำหนดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างความไว้วางใจให้กับนักลงทุนเก่าที่กลับมาซื้อซ้ำ

มุมมองผู้บริหาร: เงิน 3,000 ล้านจะไปทำอะไร?

"ยอดจองซื้อที่เกินกว่าเป้าหมายแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยมีการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนของบริษัทฯ ภายใต้แนวทาง ESG ที่ให้ความสำคัญกับทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล"

— นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน)

ในแง่ของนักลงทุน สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้คือบริษัทจะนำเงินที่ระดมทุนได้ไปใช้อย่างไร ซึ่งโดยทั่วไปการออกหุ้นกู้ของบริษัทในลักษณะนี้มักถูกนำไปใช้เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้เก่า หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการขยายธุรกิจ การจับตาดูงบการเงินรายไตรมาสจึงเป็นสิ่งที่ผู้ถือหุ้นกู้ควรทำเป็นนิสัย

ประเด็นที่นักลงทุนต้องชั่งน้ำหนักก่อนตัดสินใจ

แม้หุ้นกู้ชุดนี้จะปิดการขายไปแล้ว แต่สำหรับนักลงทุนที่กำลังพิจารณาหุ้นกู้รุ่นต่อ ๆ ไปของดั๊บเบิ้ล เอ หรือหุ้นกู้ BBB ในตลาดทั่วไป ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้

  • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: หุ้นกู้มีสภาพคล่องในตลาดรองต่ำกว่าหุ้น หากจำเป็นต้องขายก่อนกำหนด อาจขายได้ต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว
  • ความเสี่ยงด้านเครดิต: แม้จะเป็น BBB แต่หุ้นกู้ไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง ควรไม่นำเงินทั้งหมดไปลงทุนในตราสารของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง
  • ระยะเวลาล็อคเงิน: 5–7 ปีนับเป็นช่วงเวลาที่นาน ควรคำนึงถึงแผนทางการเงินส่วนตัวในอีก 5–7 ปีข้างหน้าด้วย
  • ภาษีดอกเบี้ย: ดอกเบี้ยหุ้นกู้ต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย 15% ซึ่งส่งผลให้ผลตอบแทนที่แท้จริงหลังภาษีลดลง (เช่น 5.1% จะเหลือราว 4.335% หลังภาษี)
คำถามที่พบบ่อย
  • หุ้นกู้ดั๊บเบิ้ล เอ ครั้งที่ 1/2568 ให้ดอกเบี้ยเท่าไหร่?
    หุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 อายุ 5 ปี ดอกเบี้ย 4.6% ต่อปี และชุดที่ 2 อายุ 7 ปี ดอกเบี้ย 5.1% ต่อปี โดยเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดอายุหุ้นกู้
  • หุ้นกู้ดั๊บเบิ้ล เอ ได้เครดิตเรตระดับไหน และหมายความว่าอะไร?
    ได้รับการจัดอันดับที่ระดับ BBB แนวโน้ม Positive จากทริสเรทติ้ง (ณ 27 พ.ค. 2568) ซึ่ง BBB คือระดับต่ำสุดของกลุ่ม Investment Grade หมายความว่ายังถือว่า 'น่าลงทุนได้' แต่มีความเสี่ยงมากกว่าบริษัทที่ได้เรตสูงกว่า ส่วนแนวโน้ม Positive บ่งชี้ว่าอาจมีโอกาสได้รับการปรับอันดับขึ้นในอนาคต
  • ยังสามารถซื้อหุ้นกู้ดั๊บเบิ้ล เอ รุ่นนี้ได้อีกหรือไม่?
    หุ้นกู้ครั้งที่ 1/2568 ปิดการจองซื้อไปแล้วเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 และจำหน่ายหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม อาจมีการซื้อขายในตลาดรองผ่านโบรกเกอร์ แต่ราคาและสภาพคล่องอาจแตกต่างจากราคาหน้าตั๋ว
  • ดอกเบี้ยจากหุ้นกู้ต้องเสียภาษีหรือเปล่า?
    ใช่ ดอกเบี้ยจากหุ้นกู้ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ทำให้ผลตอบแทนที่แท้จริงหลังภาษีลดลง เช่น หุ้นกู้ชุดที่ 2 ที่ระบุดอกเบี้ย 5.1% จะเหลือผลตอบแทนสุทธิจริงอยู่ที่ประมาณ 4.34% ต่อปี
  • หุ้นกู้ต่างจากเงินฝากธนาคารอย่างไร และเสี่ยงกว่าหรือเปล่า?
    หุ้นกู้ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากธนาคาร แต่มีความเสี่ยงสูงกว่าด้วย เนื่องจากไม่ได้รับการคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก หากบริษัทผู้ออกหุ้นกู้มีปัญหาทางการเงินหรือล้มละลาย ผู้ถือหุ้นกู้อาจได้รับเงินคืนไม่ครบหรือไม่ได้รับเลย นอกจากนี้หุ้นกู้ยังมีสภาพคล่องในตลาดรองต่ำกว่าการฝากเงิน
แชร์บทความนี้