ประกันภัยไทยวิวัฒน์ส่งมอบกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยมูลค่าความคุ้มครอง 150 ล้านบาท ให้แก่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรและศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำแนวทาง ESG ที่ไม่ใช่แค่คำพูด แต่แปลงเป็นความคุ้มครองที่จับต้องได้จริง

เมื่อประกันภัยกลายเป็นเครื่องมือของความยั่งยืน

หลายคนมองว่าการทำ CSR ของบริษัทประกันภัยมักจบแค่การบริจาคเงินหรือปลูกต้นไม้ แต่ครั้งนี้ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ เลือกใช้สิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุด นั่นคือ "ความคุ้มครอง" เป็นของขวัญให้กับองค์กรสาธารณประโยชน์

คุณกนกกร สุขสบาย ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาการตลาด บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ส่งมอบงบประมาณสนับสนุนกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย โดยมี พลตำรวจโท ประพันธ์ จันทร์เอม ผู้อำนวยการอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรและศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นผู้รับมอบ

ตัวเลขที่น่าสนใจคือมูลค่าความคุ้มครองที่ 150,000,000 บาท ซึ่งไม่ใช่จำนวนเล็กน้อย สะท้อนให้เห็นว่าไทยวิวัฒน์ประเมินความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ในฐานะสินทรัพย์สาธารณะที่ต้องได้รับการปกป้องอย่างจริงจัง

อุทยานสิ่งแวดล้อมฯ สิรินธร คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักสถานที่แห่งนี้ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรและศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • เด็กและเยาวชน ที่ต้องการปลูกฝังจิตสำนึกตั้งแต่ต้น
  • นักวิชาการและชุมชนท้องถิ่น ที่ต้องการองค์ความรู้เชิงปฏิบัติ
  • ประชาชนทั่วไป ที่อยากเข้าใจการพัฒนาอย่างยั่งยืนในชีวิตประจำวัน

พูดง่ายๆ คือสถานที่แห่งนี้คือ "โรงเรียนสิ่งแวดล้อมแบบเปิด" ที่ทำงานเพื่อสังคมไทยในระยะยาว การสูญเสียจากอัคคีภัยหรือเหตุไม่คาดฝันจึงหมายถึงการสูญเสียมากกว่าแค่ทรัพย์สิน แต่คือการสูญเสียแหล่งเรียนรู้ของคนนับแสนนับล้าน

มองในมุมการเงิน: ความคุ้มครอง 150 ล้านบาทมีนัยยะอะไร?

ในฐานะสำนักข่าวด้านการเงิน เราอยากชวนตั้งคำถามว่า ทำไมตัวเลขความคุ้มครองถึงสำคัญ?

"ประกันอัคคีภัยไม่ได้ซื้อเพื่อให้เกิดเหตุ แต่ซื้อเพื่อให้มั่นใจว่าถ้าเกิดเหตุแล้ว ภารกิจยังดำเนินต่อได้" — หลักการพื้นฐานของการบริหารความเสี่ยง

วงเงิน 150 ล้านบาทในกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย หมายความว่าหากเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น มูลนิธิและองค์กรผู้ดูแลจะสามารถ:

  • ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ได้โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณฉุกเฉิน
  • รักษาความต่อเนื่องของภารกิจ ด้านการศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
  • ลดความเสี่ยงทางการเงิน ขององค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ซึ่งมักไม่มีกองทุนสำรองฉุกเฉินขนาดใหญ่

นี่คือตัวอย่างที่ดีของการใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือ บริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่พิธีกรรมทางธุรกิจ

ESG ในแบบที่วัดผลได้จริง

กระแส ESG (Environmental, Social, Governance) กำลังเป็นเรื่องที่นักลงทุนและองค์กรธุรกิจพูดถึงมากขึ้นทุกปี แต่ปัญหาคือหลายครั้ง ESG ยังคงเป็นแค่รายงานในกระดาษ

สิ่งที่ไทยวิวัฒน์ทำครั้งนี้น่าสนใจตรงที่เป็นการแปลคุณค่า ESG ออกมาเป็น ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่จับต้องได้ โดย:

  • E (Environmental) — สนับสนุนองค์กรที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง
  • S (Social) — ช่วยปกป้องแหล่งเรียนรู้สาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและเยาวชน
  • G (Governance) — ใช้กลไกความคุ้มครองตามมาตรฐานอุตสาหกรรมประกันภัย ไม่ใช่การบริจาคที่ตรวจสอบไม่ได้

สำหรับนักลงทุนที่ติดตามหุ้นกลุ่มประกันภัย การเคลื่อนไหวแบบนี้อาจเป็นสัญญาณที่ควรจับตา เพราะบริษัทที่มีกลยุทธ์ ESG ที่ชัดเจนและปฏิบัติได้จริงมักได้รับการประเมินในเชิงบวกจากตลาดในระยะยาว

ปรัชญา "Caring is Giving" แปลว่าอะไรในเชิงธุรกิจ?

ไทยวิวัฒน์ยึดถือพันธกิจ 'Caring is Giving คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต' เป็นแกนกลางขององค์กร ซึ่งในเชิงธุรกิจหมายถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์หลักของไทยวิวัฒน์ครอบคลุม:

  • ประกันภัยรถยนต์ — ความคุ้มครองที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย
  • ประกันภัยสุขภาพ — ตอบโจทย์ความเสี่ยงระยะยาวของบุคคล
  • ประกันภัยการเดินทาง — รองรับไลฟ์สไตล์ที่เคลื่อนไหวมากขึ้น
  • ประกันอัคคีภัย — ปกป้องทรัพย์สินทั้งของบุคคลและองค์กร

การที่บริษัทเลือกมอบ "ประกันอัคคีภัย" แทนเงินสด สะท้อนปรัชญาที่ว่า ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดที่พวกเขามอบให้สังคมได้ คือสิ่งที่พวกเขาทำได้ดีที่สุด นั่นคือความคุ้มครองและการบริหารความเสี่ยง

บทเรียนสำหรับนักลงทุนและผู้บริหารความเสี่ยง

กรณีนี้ชวนให้ตั้งคำถามกับองค์กรไม่แสวงหากำไรและมูลนิธิต่างๆ ในไทยว่า คุณมีความคุ้มครองที่เพียงพอสำหรับสินทรัพย์ขององค์กรหรือเปล่า?

สถิติจากอุตสาหกรรมประกันภัยชี้ให้เห็นว่าองค์กรภาคสาธารณประโยชน์มักเป็นกลุ่มที่ underinsured หรือมีความคุ้มครองไม่เพียงพอ เพราะมักให้ความสำคัญกับการใช้งบในภารกิจหลักมากกว่าการบริหารความเสี่ยง ซึ่งเป็นกับดักทางการเงินที่อันตราย

สิ่งที่ไทยวิวัฒน์ทำครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การประชาสัมพันธ์ แต่เป็นการ เติมช่องว่างความเสี่ยง ที่องค์กรสาธารณประโยชน์มักมองข้าม

ติดตามและร่วมเป็นส่วนหนึ่ง

สำหรับผู้ที่สนใจติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมและผลิตภัณฑ์ของประกันภัยไทยวิวัฒน์ สามารถเข้าถึงได้ผ่านช่องทางต่อไปนี้:

  • เว็บไซต์: www.thaivivat.co.th
  • Facebook: facebook.com/thaivivat
  • LINE Official Account: "THAIVIVAT INSURANCE"
  • โทรศัพท์: 02-200-7000
คำถามที่พบบ่อย
  • ประกันอัคคีภัยที่ไทยวิวัฒน์มอบให้มีวงเงินคุ้มครองเท่าไร?
    กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่ประกันภัยไทยวิวัฒน์มอบให้อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรมีมูลค่าความคุ้มครอง 150,000,000 บาท (150 ล้านบาท)
  • อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรทำหน้าที่อะไร?
    อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรและศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกให้แก่เด็ก เยาวชน นักวิชาการ ชุมชนท้องถิ่น และประชาชนทั่วไป
  • ทำไมองค์กรไม่แสวงหากำไรถึงควรมีประกันอัคคีภัย?
    องค์กรไม่แสวงหากำไรมักมีสินทรัพย์สำคัญแต่ขาดกองทุนสำรองฉุกเฉิน หากเกิดเพลิงไหม้โดยไม่มีประกัน ภารกิจหลักขององค์กรอาจหยุดชะงักได้ ประกันอัคคีภัยช่วยให้การดำเนินงานต่อเนื่องโดยไม่กระทบงบประมาณหลัก
  • ประกันภัยไทยวิวัฒน์มีผลิตภัณฑ์อะไรบ้างสำหรับบุคคลทั่วไป?
    ไทยวิวัฒน์มีผลิตภัณฑ์หลักได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยสุขภาพ ประกันภัยการเดินทาง และประกันอัคคีภัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-200-7000 หรือ www.thaivivat.co.th
  • ESG ของบริษัทประกันภัยวัดจากอะไรได้บ้าง?
    ESG ของบริษัทประกันภัยดูได้จากการที่บริษัทนำผลิตภัณฑ์และบริการไปสนับสนุนกิจกรรมสิ่งแวดล้อม-สังคมจริง (ไม่ใช่แค่บริจาคเงิน) ความโปร่งใสในการกำกับดูแล และการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ลดความเสี่ยงให้สังคมในระยะยาว
แชร์บทความนี้